วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ทฤษฎีองค์การ

พัฒนาการของทฤษฎีองค์การที่แบ่งเป็น 3 ยุค คือ

1.ยุคคลาสสิก

2.ยุคนีโอคลาสสิก

3.ยุคสมัยใหม่



1.ทฤษฎีองค์การในยุคคลาสสิก (Classical Organization Theory) เป็นยุคเริ่มต้นของการศึกษาองค์การ แนวคิดหลักของยุคนี้คือความพยายามในการแสวงหาหลักการทำงานและหลักการบริหารที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหาร ทฤษฎีสำคัญๆในยุคนี้ เช่น -การจัดการแบบวิทยาศาสตร์ของเฟดเดอริก ดับเบิลยู เทเลอร์ -หลักการบริหารของกุลลิค-เออร์วิค -องค์การตามระบบราชการของแมกซ์ เวเบอร์


2.ทฤษฎีองค์การยุคนีโอคลาสสิก (Neoclassical Organization Theory) เป็นยุคที่นักวิชาการออกมาวิจารณ์แนวคิดในยุคแรก เนื่องจากแนวคิดยุคแรกให้ความสำคัญกับ หลักการทำงานและการการบริหารงานมากเกินไป โดยละเลยคนในองค์การ ยุคนีโอคลาสสิกจึงเสนอว่า การจะให้องค์การมีการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพจะต้องให้ความสำคัญกับคนในองค์การทั้งในเรื่องของจิตใจ ความต้องการ และพฤติกรรมของบุคคลและกลุ่มในองค์การ ทฤษฎีองค์การในยุคนี้จะมีจุดหลักอยู่ที่นักทฤษฎีในกลุ่มมานุษยนิยม (Humanism) เช่น เอลตัน เมโย /อับราฮัม มาสโลว์ /เฮอร์เบิร์ต ไชม่อน/แมรี่ ปากเกอร์ ฟอลลเลต และคนอื่นๆอีกมาก โดยทฤษฎีที่นำเสนอส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคน


3.ทฤษฎีองค์การยุคใหม่ (Modern Organization Theory) เป็นแนวคิดที่มองว่าทฤษฎีใน 2 ยุคแรกเป็นการมององค์การในระบบปิด (Closed Perspective) คือไม่สนใจสิ่งแวดล้อมภายนอกองค์การ ทฤษฎีองค์การยุคใหม่มองว่าองค์การนั้นอยู่ภายใต้สภาวะแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมมีผลอย่างยิ่งต่อองค์การและการบริหารงานในองค์การ ดังนั้นการศึกษาองค์การจึงควรศึกษาในระบบเปิด (Open Perspective) ทฤษฎีองค์การในยุคใหม่เช่น -ทฤษฎีการมององค์การเชิงระบบ (Systems Approach) -ทฤษฎีองค์การตามสถานการณ์ (Situation or Contingency Approach) -ทฤษฎีองค์การที่เน้นการกระทำ (The Action Approach) -มุมมองเชิงปริมาณ -แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการและการสร้างความเป็นเลิศ -การจัดการคุณภาพโดยรวม ทฤษฎีองค์การยุคใหม่จะเน้นองค์การที่ไม่เป็นทางการ มีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว และเน้นการทำเทคนิคการบริหารสมัยใหม่มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการ Balance Scorecard องค์การแห่งการเรียนรู้ Benchmarking การจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นต้น


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น